ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณกิจจาทร (บางส่วน)

on 14 July 2010




ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณกิจจาทร กำลังทำการแก้ใข และ จะ upload เพิ่มเติมเร็วๆนี้

ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน

on 05 July 2010

ในนามคณะศิษย์วัดลำปำ ขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน พระราชทานเพลิงศพ พระเดชพระคุณท่านพระครูโสภณกิจจาทร ระหว่างวันที่ 1 ถึง 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หากมีการขาดตกบกพร่อง และ ดูแลกันไม่ทั่วถึง ทางเจ้าภาพขออภัยเป็นอย่างสูง ณ โอกาสนี่ด้วย สำหรับท่านที่มีจิคศรัทธาร่วมทำบุญ ทางเจ้าภาพขออนุโมทนาบุญกุศล และ ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนไตร ตลอดถึงดวงวิญญานของพระเดชพระคุณ จงดลบันดาลและคุ้มครองให้ทุกๆท่านเจริญสืปไป

ด้วยความเคารพ

นายโอภาส รัตนโชติ
เลขานุการ สมาคมศิษย์เก่าวัดลำปำ ในนามเจ้าภาพ

Phra Khru Sophonkitchathorn (Tan Yun @ Phor Than Ren) Royally-Sponsored Cremation Tentative

on 28 June 2010

กำหนดการงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณกิจจาทร

วันที่ 1 กรกฎาคม 2553
เวลา 10.00 น. – เชิญศพขึ้นสู่เมรุ
เวลา 19.30 น - พระสงฆ์ทรงสมณะศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์เปิดงาน
เวลา 20.30 น. – แสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์
-พระสงฆ์ 16 รูป สวดพระอภิธรรม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2553
เวลา 19.30 น. – แสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์
-พระสงฆ์ 16 รูป สวดพระอภิธรรม

วันที่ 3 กรกฎาคม 2553
เวลา 10.00 น. - พระสงฆ์ทรงสมณะศักดิ์ 15 รูป สวดพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร
เวลา 11.30 น. – ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ สามเณร
เวลา 13.00 น. – แสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์
- พระสงฆ์ 82 รูป สวดมาติกา บังสกุล
- พระเถระ 15 รูป พิจารณาผ้าบังสกุล
เวลา 17.00 น. – พิธีพระราชทานเพลิงศพ (พระราชธรรมาจารย์ เจ้าคณะไทรบุรีประธานฝ่ายสงฆ์ นายวรเดช วีระเวคิน กงศุลใหญ่ไทย ณ เมืองปีนัง เป็นประธานฝ่ายบรรผชิต)
เวลา 20.00 น. – ถวายสังเวชนิยกถา
เวลา 21.00 น. – พิธีประชุมเพลิง (เผาจริง)

วันที่ 4 กรกฎาคม 2553
เวลา 8.00 น. – เก็บอัฐิ

----------

Phra Khru Sophonkitchathorn (Tan Yun @ Phor Than Ren) Royally-Sponsored Cremation Tentative

July 1st, 2010
10.00 am – The Late Phra Khru remains will be placed upon temporary crematorium Wat Lampam
07.30 pm – Recitation of Buddha Mont chanting by 10 leading Chief Monks to open ceremony
08.30 pm – Leading monk give a sermon (Dhamma Dhesana)
- Recitation of Dharma Excellent Law chanting – Suat Phra Abhidham by 16 monks

July 2nd, 2010
07.30 pm - Leading monk give a sermon (Dhamma Dhesana)
- Recitation of Dharma Excellent Law chanting – Suat Phra Abhidham by 16 monks

July 3rd, 2010
10.00 am – Recitation of The Certainty of Nature Laws (Dhamma Niyarm Sutta) chanting by 15 Leading Chief Monks
11.30 am – Arm (food) offering Ceremony for monk
02.00 pm – Memorial Service Ceremony - Matika Bangsakul Chanting dedicate to The Late Phra Khru by 82 monks
- Leading monk, The Late Phra Khru’s family members and selected general public offering a 15 robe's (monk ware – Pha Bangsakul Jiworn) dedicate to The Late Phra Khru
04.00 pm – Royally-Sponsored Cremation begins
- Leading monk and Royal Thai Consulate in Penang on behalf King of Thailand will presenting fire from palace
- General public can join the royal cremation by presenting sandalwood flowers (dok mai jan)

08.00 pm – Leading monk recite special memorial service (Sangvechaniya Katha) to the Late Phra Khru
09.00 pm –Burning ceremony

July 4th, 2010
08.00 am - The Late Phra Kru’s relic and ash collected ceremony

วันพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณกิจจาทร (รื่น จนทาโภ) 1-2-3 กรกฎาคม 2553

on 08 June 2010


เนื่องด้วยในวันที่ 1-2-3 กรกฎาคม 2553 นี้ จะเป็น วันพระราชทานเพลิงศพ พระครูโสภณกิจจาทร (รื่น จนทาโภ) เจ้าคณะอำเภอปาดัง เตอราป และ เจ้าอาวาสวัดลำปำ วัดราษฏร์ชั้นโท อำเภอเปินดัง รัฐเคดาห์ ไทรบุรี ขอเชิญศิษย์ยานุศิษย์ร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายโดยพร้อมเพรียงกันในวันดังกล่าว ณ.วัดลำปำ

กำหนดการ และ รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
---
Royal Funeral Procession of The Late Phrakhru Sophonkitjathorn (Phor Than Ren), former Chief Abbot of Padang Terap District and Chief Aboot of Wat Lampam will be held on July 1st to July 3rd, 2010.
All Buddhist devotee and public are invited to tribute last respect for him.

ฉลองอุโบสถ วัดลำปำ 25-26-27 February 2010

on 21 February 2010


เนื่องในพิธีฉลองอุโบสถ วัดลำปำ ต.รัมใบ อ.เปิ้นดัง รัฐเคดาห์ มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25- 26 -27 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2553


25 กุมภาพันธ์ 2553

เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป มหรสพ (ภาพยนต์กลางแปลงตลอดคืน)


26 กุมภาพันธ์ 2553

เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป มหรสพ (คาราโอเกะ)


27 กุมภาพันธ์ 2553

เวลา 08.59 น. พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา/ไหว้พระ - รับศีล

เวลา 09.09 น. พระสงฆ์ 10 รูปสวดทักษิณานุปทานเวลา

09.49 น. พระครูสุเทพวรารักษ์ กล่าวถวายรายงาน ความเป็นมา-เป็นไป ของการก่อสร้างอุโบสถ

เวลา 10.19 น. ประธานในพิธี (พระราชธรรมธาดา) ตัดริบบิ้น พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา

เวลา 10.39 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปเจริญพระพุทธมนต์เวลา 11.19 น. พระครูสุเทพวรารักษ์ (เป็นประธานใส่บาตร)

เวลา 11.39 น. ญาติโยม กรวดน้ำ-รับพร (เสร็จพิธี)

เวลา 11.59 น.พระภิกษุ-สามเณร ทำภัตตกิจ (ฉันภัตตาหารเพล)


ติดต่อสอบถาม/ทำบุญ - พระกริ่ม (เจ้าโด้ง) 04-7851804 / 013-5968762

testing

on 09 February 2010

testing for new upgrade process...

กิจกรรมสมาคมคณะศิษย์วัดลำปำ 2552

on 28 September 2009


ติดตามรายงานและภาพกิจกรรม ชมรมคณะศิษย์วัดลำปำ เร็วๆนี้

หยุดการ update ชั่วคราว

on 06 May 2009

หยุดการ update ชั่วคราว พบกันใหม่ เร็วๆนี้

ประกาศ : พระครูโสภณกิจจาทร มรณะภาพแล้ว

on 03 April 2009



ประกาศ : พระครูโสภณกิจจาทร มรณะภาพแล้วเมื่อเวลา ประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา

Dimaklumkan bahawa Phor Chau telah meninggal dunia kira-kira pukul 1 petang.

Poster sumbangan Mr. Chye

on 17 March 2009


Surat jemputan majlis perjumpaan khanak sit Wat Lampam


Sila klik pada gambar untuk besarkan

รายงานอาการพ่อเจ้า

on 13 March 2009


อาการโดยรวมสำหรับวันนี้ (จนถึงเวลา 18.45น.) ท่านสามารถพูดคุยกับผู้ที่มาเยี่ยมได้แล้ว

Update อาการพ่อเจ้า Keadaan Phor Chau semakin baik

on 12 March 2009




Update อาการพ่อเจ้าตอนนี้ดีขึ้นเป็นลำดับ ท่านสามารถลุกขึ้นมานั่ง และ สามารถพูดได้นิดหน่อย


นายหมิง รายงาน

แด่พระครูโสภณกิจจาทร - จากพระอาจารย์ประหยัด Wat Buddhapanyanantaram

on 03 March 2009

แด่พระครูโสภณกิจจาทร

ขอกรบกรานอาจารย์พ่อท่านรื่น ทุกวันคืนยังเคารพอยู่ไม่หาย
เคยมาอยู่อาศัยมาฝากกาย อาศัยหลายเวลาก่อนลาไกล
ท่านเป็นพระที่ดีมีสัจจะ ท่านยึดมั่นมุมานะไม่ไปไหน
ส่งเสริมวัดลำปำด้วยจริงใจ มุมานะเพื่อให้วัดมั่นคง
เป็นพ่อพระชาวลำปำทำงานหนัก ให้คงรักสามัคคีท่านประสงค์
ทั้งบ้านวัดท่านผึกหัดเพื่อดำรง ให้บ้านวัดมั่นคงตลอดกาล
อายุท่านอาจารย์ใช้งานมาก ทนลำบากทำเพื่อพวกลูกหลาน
ได้ยึดมั่นเป็นแบบอย่างให้กาลนาน ช่วยประสานรอยร้าวให้เข้าใจ
เรารุ่นหลังอย่าสร้างเลยรอยร้าว ให้พ่อเจ้าอยู่ยาวอายุขัย
ศิษย์ทุกรุ่นไม่ร้าวมีกาวใจ ก็ขอให้สามัคคีมีสัมพันธ์
ช่วยอุดหนุนทำบุญช่วยครุ่นคิด ไม่พูดผิดทำผิดช่วยสร้างสรรค์
ท่านมีแรงกำลังใจอยู่อนันต์ ขอทุกท่านร่วมส่งใจให้สบาย
ให้อายุท่านยืนยาวเข้าหลักร้อย ให้เป็นหลักรอคอยไม่ไปไหน
เป็นพ่อเจ้าของเราตลอดไป อยากขอให้ท่านหายสบายตัว
ให้โรคร้ายหายขาดบำราศเถิด สุขสดชื่นเลอเลิศไม่ปวดหัว
เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรไม่มืดมัว ได้เป็นรั้วป้องกันภัยต่อไปเทอญ


หลวงตา 3/3/09
ฝากลงให้อ่านด้วยนะว่างๆให้ใครเอาไปอ่านให้ท่านฟังบอกว่าอาจารย์ประหยัดฝากเเยี่ยมแทนตัวที่มาไม่ได้เพราะอยู่ไกลขออวยพรให้ท่านหายป่วยโดยเร็ว
อาจารย์ประหยัด
Wat Buddhapanyanantaram
Burnaby.Vancouver, BC Canada

Updated : พ่อเจ้าย้ายโรงพยาบาล

เมื่อเวลาประมาณ 14.00น วันนี้ ทางคณะศิษย์ได้นำตัวท่านพระอาจารย์พระครูโสภณกิจจาทร (พ่อเจ้า) ออกจากโรงพยาบาลปุตรเมดีคอลเซ็นเตอร์ และ ย้ายไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลซุลตานะ บาหิยะ เมืองอลอสตาร์


---



Pada pukul 2.00 petang hari ini, anak murid telah membawa keluar Phor Chau dari Putra Medical Center dan pindahkan ke Hospital Sultanah Bahiyah untuk rawatan lanjut.

พ่อเจ้าอาการดีขึ้น

on 02 March 2009

ตอนนี้อาการของพระครูโสภณกิจจาทร (พ่อเจ้า) ดีขึ้นจากเมื่อวาน ท่านรู้สึกตัวแล้ว และ สามารถพูดคุยได้นิดหน่อย ทางคณะแพทย์ได้ย้ายท่านออกจากห้องไอซียูไปยังห้องธรรมดาแล้ว

Keadaan Phor Chau dilaporkan bertambah baik berbanding semalam. Beliau sudah sedarkan diri dan boleh memberi respon. Doktor telah memindahkan keluar dari ICU ke Wad biasa.

พ่อเจ้าถูกนำส่งโรงพยาบาล - Phor Chau dimasukkan ke hospital lagi

on 01 March 2009

เมื่อเวลาประมาณ 12.00น. วันนี้ พระครูโสภณกิจจาทร (พ่อเจ้า) ถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากเกิดอาการอ่อนเพลีย ขณะนี้ทางคณะแพทย์ให้การรักษาตัวที่ห้อง ไอซียู โรงพยาบาลปุตราเมดิคอลเซ็นเตอร์ เมืองอลอสตาร์

Pada pukul 12.00 tengah hari ini, Phor Chau telah dibawa ke hospital sekali lagi selepas tidak sedarkan diri. Doktor telah merujuk beliau ke wad ICU Putra Medical Center (PMC) Alor Setar. Keadaan beliau kini stabil.

อุโบสถวัดลำปำ Wat Lampam Ubosot Building

on 28 February 2009





ส่งรูปอุโบสถวัดลำปำ ขณะนี้ก่อสร้างได้แล้วเสร็จประมาณ 70%


Wat Lampam ubosot building currently in progress (70%)
(ภาพโดย นายหมิง Gambar oleh Nai Ming)

รายงานการประชุมจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่าวัดลำปำ

on 20 February 2009

ผ่านพ้นไปแล้วครับสำหรับการประชุมการจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่าวัดลำปำ โดยเวลาประมาณ 21.30น. เมื่อคืนที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 การประชุมจัดขึ้นที่ศาลาการเปรียญ (โรงธรรม) ซึ่งมีท่านพระอาจารย์พระครูปริยัติธรรมวิธาน (อาจารย์พริ้ม) เป็นประธาน

การประชุมครั้งนี้มีศิษย์เก่า (ทั้งอาวุโส และ นักเรียนเก่า) จากบ้านลำปำ พรุฆ้อ เข้าร่วมประมาณ 70 คน นอกจากนี้อาจารย์แนบ ราฎเจริญ จากบ้านประดู่ (ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านปรายระไม) และ ผู้ใหญ่บ้านเกี๋ยน บ้านลำปำ ให้เกรียติร่วมงานด้วย

หลังจากเสร็จสิ้นการสวดมนต์โดยการนำของอาจารย์แนบ นายจรัญ รัตนประทุม (นายพล) ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกร กล่าวแก่ที่ประชุม

ทั้งนี้นายพลได้แถลงเกี่ยวโครงการจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่าวัดลำปำ โดยมีวัตถุประสงดังนี้
· เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า และวัด ฯ
· เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ ระหว่างศิษย์เก่า และ คณะอาจารย์ พระสงฆ์ ของวัดฯ
· เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างศิษย์เก่า และวัดในการดำเนินกิจการอันเป็น ประโยชน์ต่อสังคม
· เพื่อส่งเสริมด้านสวัสดิการแก่สมาชิก
· เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ และให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตั้งไว้ของสมาชิก ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง
· เพื่อส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดฯ ให้เจริญก้าวหน้า
โดยสมาชิกของชมรมคือผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวัดลำปำ

นอกจากนี้แล้วนายพลได้กล่าวว่า ปัจจุบันคณะศิษย์เก่าได้ห่างหายไปจากวัดเป็นเวลานานพอสมควร ทั้งนี้ก็เนื่องจากหน้าที่การงาน ตลอดถึงภาระทางครอบครัว

ในขณะเดียวกัน สถานะการปัจจุบัน นับว่าทางสังคมวัดลำปำ ไม่ค่อยปรองดองเหมือนแต่ก่อน ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากเหตุผลและปัญหาบางประการ

เพื่อทำให้วัดลำปำกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ทางคณะศิษย์จึงต้องการจัดตั้งสมาคมเพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างมีระบบ ฉะนั้นจึงขอความร่วมมือทางคณะศิษย์และชาวบ้าน สังคมวัด ร่วมมือร่วมใจกันอย่างสมานฉันต์

หลังจากที่นายพลกล่าวเสร็จ อาจารย์พริ้มโดยให้โอวาทแก่คณะศิษย์ ซึ่งมีใจความดังนี้

อาจารย์พริ้มได้ร่วมอนุโมทนาและแสดงความดีใจ แก่บรรดาศิษย์ที่มีความประสงค์รวมตัวกันจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่า นอกจากนี้ท่านได้บอกกับที่ประชุมว่า รู้สึกตื้นตันใจและมีความสุขที่ได้เห็นบรรดาศิษย์เก่าได้กลับมาร่วมกันถึงแม้จะมาไม่ครบทุกๆคน

ท่านอาจารย์ได้ย้อนความหลัง เมื่อสมัยที่มาปฎิบัติหน้าที่ใหม่ๆ เมื่อปี 2530 ครั้งนั้นท่านกล่าวว่าการเรียนการสอนภาษาไทย วัดลำปำ มีอุปสรรคหลายๆอย่าง นอกจากนี้แล้ว แรกๆที่มาทางชาวบ้านไม่ค่อยจะไว้วางใจในตัวท่าน ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาทั่วๆไปและเป็นธรรมดาที่บุคคลต่างถิ่นย่อมได้รับการปฎิบัติอย่างระแวง อย่างไรก็ตามหลังจากได้ใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ท่านก็ได้รับความเชื่อถือจากบรรดาชาวบ้าน

ส่วนเรื่องการเรียนการสอน อุปสรรคก็มี่ไม่น้อย นอกจากขาดทุนทรัพท์ในการดำเนินงานแล้ว ทางโรงเรียนวัดลำปำ ยังขาดแคลนในเรื่องอุปกรการเรียน และ โต๊ะที่นั่ง กระดาน

อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านั้นได้แก้ใขโดยการรวบรวมทุนทรัพย์จากรายได้ขายไอสกรีม (กาเล้ง) ภายในวัด ส่วนอุปกรการเรียนก็ได้จัดทำขึ้นมาเอง

ซึ่งต่อมาการเรียนการสอนได้พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ จนถึงสามารถส่งนักเรียนไปสอบธรรมศึกษาที่สนามหลวง วัดนิโครธาราม นอกจากการเรียนการสอนภาษาไทย ทางโรงเรียนวัดลำปำสมัยนั้นได้จัดกิจกรรมหลายๆอย่างเช่น ประเพณีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชักพระ สงกรานต์ ลอยกระทง ตลอดถึงงานบุญประจำปี


ส่วนเรื่องการจัดการบุคลากรนักเรียน ท่านกล่าวว่านักเรียนสมัยนั้นสามารถรวมตัวจัดกิจกรรมได้เนื่องจากท่านได้คัดเลือกหัวหน้าทีมดำเนินกิจการ โดยสมัยแรกๆ นายพลได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า

สำหรับปัจจุบันท่านว่า สาเหตุหลักๆที่คุณภาพบุคคลากรวัดลำปำ เสื่อมลงก็เนื่องจาก ขาดผู้นำ ทั้งนี้ท่านได้ให้ข้อสังเกตุและยกตัวอย่างว่า เป็นเรื่องที่อันน่าเสียใจ ที่ลูกศิษย์ที่ท่านสอนมา ไม่มีใครสามารถรับหน้าที่เป็นอุบาสก ในการทำศาสนพิธีเมื่อมีงาน โดยหน้าที่นี้ได้มีนางแหรดทำหน้าที่ทุกๆที เหตุการเช่นนี้ท่านว่า บางที่ก็รู้สึกสะเทือนใจที่ทำไมผู้ชายไปในหมด จึงให้ผู้หญิงเป็นผู้นำในศาสนพิธีทุกๆครั้งไป

ส่วนเรื่องการจัดตั้งสมาคมนี้ ท่านหวังว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่วัดลำปำ จะได้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เหมือนแต่ก่อน

หลังจากกล่าวเสร็จท่านได้เปิดโอกาส ให้นายหมิงซึ่งเป็นคนริเริ่มจัดโครงการนี้กล่าวแก่ที่ประชุม นายหมิงได้ย้ำจุดยืนอีกครั้งเกี่ยวการจัดตั้งสมาคมว่า ทางคณะศิษย์ไม่ต้องการทำให้ชาวบ้านแตกแยก โดยยืนยันว่าโครงการนี้จะต้องทำขึ้นให้สำเร็จถึงแม้จะมีบุคคลบางกลุ่มในบ้านลำปำ ต่อต้าน

นอกจากนี้นายหมิงได้เสนอขึ้นมาเกี่ยวกับโครงการนัดพบ และ รวมตัวบรรดาคณะศิษย์อีกครั้ง โดยโครงการนี้จะจัดขึ้นวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2552 นี้

รายละเอียดคร่าวๆมีดังนี้

เวลา ประมาณ - 10.00 น คณะศิษย์รวมตัวกันทอดผ้าป่า

- 11.30 น ถวายสังฆทาน และ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ
- 14.00 น การประชุมจัดตั้งประธาน และ คณะกรรมการสมาคม
- 18.00 น งานเลี้ยงพบปะสังสรรศิษย์เก่า

สำหรับงานเลี้ยงได้เสนอไว้ว่า จะจัดขึ้นแบบโต๊ะจีน โดยจะเก็บค่าอาหาร ท่านละ ประมาณ RM30 – RM35 เงินดังกล่าวนี้หลังจากหักค่าอาหาร จะจัดเก็บเข้าบัญชีสมาคม เพื่อทำกิจการในคราวต่อไป

ต่อมาครูกุ้ล รัตนโชติ (นายกุ้ล) ได้บรรยายเกี่ยวกับระบบสมาคมให้แก่ที่ประชุมทราบ โดยสมาคมที่จะจัดตั้งนี้ มีรูปแบบคล้ายๆกับ สมาคมผู้ปกครอง และ ครู โรงเรียน (Persatuan Ibu Bapa dan Guru PIBG)

ระบบบริหารคือมีการดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยทุกๆปีจะมีการประชุมแถลงเกี่ยวกับรายรับ และ รายจ่ายสมาคม ซึ่งตั้งแต่อดิตถึงปัจจุบันทางวัดไม่เคยนำระบบนี้มาใช้ ทั้งนี้จึงมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเบิกเงินทางวัด ที่เป็นเรื่องถกเทียงกัน และ เกตุข้อสงสัยกัน

นายกุ้ลกล่าวว่าปัจจุบันสังคมวัดไม่ทราบ รายละเอียดที่แน่นอนเกี่ยวกับการเงิน เพราะมีแต่กรรมการที่ถือเรื่องเพียงไม่กี่คน และไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านทราบ

ดังนั้นสมาคมที่จะจัดตั้งขึ้นมานี้ จะต้องมีการจัดการเป็นไปตามระบบ และ มีการบอกกล่าวในเรื่องการเงินอย่างละเอียด ซึ่งการใช้จ่ายแม้กระดาษแผ่นเดียวก็ต้องมีการบันทึก

ต่อมาท่านอาจารย์พริ้มได้เปิดโอกาสให้ นายเกี๋ยนกล่าวแก่ที่ประชุม นายเกี๋ยนกล่าวว่าตนร่วมดีใจด้วยเกี่ยวกับวัตถุประสงการจัดตั้งสมาคมนี้ อย่างไรก็ตามได้ตั้งข้อสังเกตุว่าการบริหารกิจการของวัดไม่ง่ายอย่างที่คิด

โดยนายเกี๋ยนบอกว่าตนไม่อยากทำหน้าที่แล้ว แต่เนื่องจากท่านพระอาจารย์ (พ่อเจ้า) ข้อร้องตนจึงทำหน้าที่ต่อไป นอกจากนี้นายเกี๋ยนได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า การเรียกประชุมของคณะศิษย์เก่านี้มีข้อกังขาอยู่เล็กน้อง เนื่องจากการเรียกประชุมไม่ได้บอกวาระอย่างแน่ชัดแก่ทางบ้าน

สุดท้ายนายเกี๋ยนหวังว่าการจัดตั้งสมาคมนี้ เป็นไปอย่างลุล่วง โดยอย่าได้ทำแค่ตอนแรกๆ แต่ต่อมาไม่ดำเนินการต่อ นายเกี๋ยนได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องอดิตว่าชาวบ้านลำปำไม่ค่อยร่วมมือกัน และคณะกรรมการวัดชุดๆก่อนๆไม่เคยดำเนินการอย่างได้โดยลุล่วง

ต่อมาท่านอาจารย์พริ้มได้กล่าวอีกว่า การที่ไม่มีความร่วมมือร่วมใจกัน ในหมู่ชาวบ้านก็เนื่องจากปัญหาสภาวะขาดผู้นำที่ดี ซึ่งผู้นำที่ดีนั้นจะต้องร่วมมือร่วมใจกับชาวบ้านและวัดประคับประคองกัน นอกจากนี้แล้วผู้ที่เป็นอาวุโส บางครั้งก็ต้องรับฟังข้อคิดเห็นของผู้น้อย

ท่านหวังว่าโครงการนี้จะจัดขึ้นโดยลุล่วงตามจุดประสงค์ ในคราวต่อไป

ต่อมานายพลได้สรุปแก่ที่ประชุมว่า ทางคณะศิษย์ไม่ต้องการจะแย่งหน้าที่ ที่ทางวัด และ ทางบ้านที่ได้จัดตั้งขึ้นมาอยู่แล้ว แต่ทางคณะศิษย์จะเป็นแค่หน่วยงานหนึงที่จะมาช่วยกิจกรรมของวัดในวาระต่อไป

สุดท้ายนายพลหวังว่าทางคณะศิษย์ได้กลับมารวมตัวอีกครั้ง ในวันที่ 27 มีนาคม 2552 นี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ สำหรับศิษย์เก่าที่ทำงานอยู่ที่ห่างไกล หวังว่าคงเตรียมลาหยุดงานสักวันสองวันมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

การประชุมสิ้นสุดลงเวลา 00.00น (เที่ยงคืน) ด้วยการกราบลาพระโดยการนำของอาจารย์พริ้ม

- โอภาส รัตนโชติ รายงาน

ภาพประทับใจ การประชุมคณะศิษย์ ครั้งที่ 1 -Koleksi gambar perjumpaan pertama Khanak Sit Wat Lampam















































กรุณาคลิกที่มุมภาพเพื่อขยาย
Sila klik pada gambar untuk melihat saiz lebih besar